การวางแผนเที่ยวต่างประเทศในยุคนี้ไม่ได้มีแค่การจองตั๋วเครื่องบินและที่พักเท่านั้น เพราะเรื่องของการใช้จ่ายและแลกเปลี่ยนเงินตราก็เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลย และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ Travel Card หรือที่บางคนเรียกว่า บัตรทราเวลการ์ด กลายเป็นไอเทมที่นักเดินทางยุคใหม่ต้องมีติดกระเป๋า

บัตร Travel Card คืออะไร ทำไมสายเที่ยวต่างประเทศต้องมี
ในฐานะนักเดินทางตัวยง คงรู้กันอยู่แล้วว่าค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน (FX Fee) เวลาใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตนั้นไม่น้อยเลย ซึ่งบัตรทราเวลการ์ด คือบัตรเดบิตประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้ โดยให้คุณ “แลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศล่วงหน้า” เก็บไว้ในบัตรได้ตามเรทที่พอใจ และนำไปใช้จ่ายได้ทั่วโลกแบบไม่มีค่าธรรมเนียมรูดซื้อสินค้า 2.5%
ข้อสงสัยยอดฮิต บัตรเดบิตใช่บัตร Travel Card ไหม?
เป็นคำถามที่พบบ่อยมากๆ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของบัตรท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือบัตรทราเวลการ์ด ก็เหมือนกับบัตรเดบิตทั่วไป แต่ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ “ฟังก์ชันการแลกเงิน” ข้อแตกต่างที่เข้าใจง่ายสุด คือ
- บัตรเดบิต/เครดิตปกติ : เวลาใช้จ่ายที่ต่างประเทศ ระบบจะแปลงเงินบาทเป็นสกุลเงินท้องถิ่น ณ ตอนที่ทำรายการ โดยมีการคิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน (FX Fee) ประมาณ 2.5%
- บัตร Travel Card : คุณสามารถแลกสกุลเงินต่างประเทศ เช่น USD, EUR, JPY เก็บไว้ในบัตรทราเวลการ์ดได้ล่วงหน้า เมื่อนำไปใช้จ่าย ระบบจะดึงเงินสกุลนั้นๆ ที่คุณแลกไว้มาใช้โดยตรง ทำให้ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 2.5%
ทำไมต้องใช้บัตร Travel Card ดียังไง?
เมื่อรู้แล้วว่า บัตรทราเวลการ์ด มีกลไกการทำงานอย่างไร คราวนี้มาดูกันชัดๆ เลยว่าทำไมบัตรใบนี้ถึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวต่างประเทศของคุณสะดวกสบายและประหยัดกว่าการพกเงินสดหรือใช้บัตรแบบเดิมๆ เช่น
- ประหยัดค่าธรรมเนียม : ไม่ต้องเสียค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน (FX Fee) 2.5% ทุกครั้งที่รูดจ่าย
- เรทดีกว่า : สามารถแลกเงินในเรทที่ดีกว่าร้านแลกเงินส่วนใหญ่ และสามารถเลือกแลกได้ล่วงหน้าในวันที่อัตราแลกเปลี่ยนถูกใจ
- ปลอดภัยกว่า : ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก หากบัตรหายก็สามารถอายัดได้ทันที
- สะดวกสบาย : ใช้รูดซื้อสินค้าออนไลน์ จองโรงแรม/ตั๋วเครื่องบินต่างประเทศ หรือใช้จ่ายหน้าร้านได้ง่ายดายเหมือนบัตรเดบิต
- ควบคุมค่าใช้จ่าย : วงเงินในบัตรถูกกำหนดด้วยยอดเงินที่คุณเติมเข้าไป ทำให้คุณสามารถควบคุมงบประมาณการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น

6 บัตร Travel Card ที่น่าสนใจสำหรับสายเที่ยวต่างประเทศ
สำหรับนักเดินทางที่กำลังมองหาว่าสมัครบัตรทราเวลการ์ด ธนาคารไหนดี หรืออยากจะได้ข้อมูลของบัตรทราเวลการ์ด พื่อเปรียบเทียบ คุณสมบัติเด่นๆ บทความนี้ได้รวบรวม บัตรเที่ยวต่างประเทศ ยอดนิยม 6 ใบ ที่มีฟีเจอร์เด่นแตกต่างกันมาให้ตัดสินใจแล้ว และเพื่อความเข้าใจง่าย เราจะมาดูรายละเอียดบัตรของแต่ละธนาคาร รวมถึงค่าธรรมเนียม และวงเงินต่างๆ ที่นักเดินทางควรรู้ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าบัตรท่องเที่ยว หรือบัตรทราเวลการ์ด ใบไหนที่เหมาะกับทริปมากที่สุด
บัตรท่องเที่ยวต่างประเทศ SCB Planet
บัตรตัวท็อปจากธนาคารไทยพาณิชย์ที่เน้นเรื่องความครอบคลุมและโปรโมชั่นด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ใช้บริการของ SCB เป็นประจำ และต้องการสิทธิพิเศษในการจองทริป
- ไฮไลท์ดอกเบี้ยเงินฝาก : –
- วงเงินรูดจ่ายสูงสุดที่ต่างประเทศ : 500,000 บาท/วัน
- วงเงินกด ATM สูงสุดที่ต่างประเทศ : 300,000 บาท/วัน
- ค่าธรรมเนียมกด ATM ที่ต่างประเทศ : 100 บาท/รายการ
- ใช้จ่ายได้กี่ประเทศ : ใช้ได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก
- แลกสกุลเงินล่วงหน้า : 13 สกุลเงิน* ในแอป Scb Easy
- อายุบัตร : 3 ปี
- ค่าธรรมเนียม : ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท, ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี
บัตรท่องเที่ยวต่างประเทศ Bangkok Bank Travel Card
บัตรที่ตอบโจทย์คนชอบเที่ยวหลายประเทศและต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างประเทศแบบเป็นระบบ ทั้งรูด กด และจัดการสกุลเงินได้ในที่เดียวผ่านแอป ทำให้วางแผนงบเที่ยวได้ง่ายขึ้น และรู้ค่าใช้จ่ายชัดเจนตลอดทริป เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับ ความสะดวก โปร่งใส และความคุ้มค่าเวลาใช้ต่างประเทศ
- ไฮไลท์ดอกเบี้ยเงินฝาก : –
- วงเงินรูดจ่ายสูงสุดที่ต่างประเทศ : 500,000 บาท/วัน
- วงเงินกด ATM สูงสุดที่ต่างประเทศ : 100,000 บาท/วัน (วงเงินกดATMรวมกับวงเงินรูดจ่ายต่างประเทศต้องไม่เกิน 500,000 บาท/วัน)
- ค่าธรรมเนียมกด ATM ที่ต่างประเทศ : 100 บาท/รายการ
- ใช้จ่ายได้กี่ประเทศ : ครอบคลุมมากกว่า 150 ประเทศ*
- แลกสกุลเงินล่วงหน้า : 11สกุลเงิน* ในแอป Bangkok Bank
- อายุบัตร : 3 ปี
- ค่าธรรมเนียม : ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า (ถึง31/12/69), ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี
บัตรท่องเที่ยวต่างประเทศ TTB World Pass
บัตรจากธนาคารทหารไทยธนชาต ที่โดดเด่นในการเชื่อมต่อกับการลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศ (FCD) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารจัดการเงินทั้งการเที่ยวและการออมเงินต่างประเทศไปพร้อมกัน
- ไฮไลท์ดอกเบี้ยเงินฝาก : ใช้บัตรใบนี้คู่กับ บัญชี FCD e-Saving รับดอกเบี้ยสูง* (ตามสกุลเงินที่ธนาคารกำหนด)
- วงเงินรูดจ่ายสูงสุดที่ต่างประเทศ : ต่างกันตามสกุลเงิน* เช่น USD สูงสุด 60,000 USD
- วงเงินกด ATM สูงสุดที่ต่างประเทศ : แตกต่างกันไปตามสกุลเงิน* เช่น USD สูงสุด 5,000 USD
- ค่าธรรมเนียมกด ATM ที่ต่างประเทศ : ต่างกันตามสกุลเงิน* เช่น USD เสีย 5 USD /รายการ
- ใช้จ่ายได้กี่ประเทศ : ใช้ได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก*
- แลกสกุลเงินล่วงหน้า : 5 สกุลเงิน* ในแอป ttb Touch
- อายุบัตร : 5 ปี
- ค่าธรรมเนียม : ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า, ค่าธรรมเนียมรายปี 600 บาท
บัตรท่องเที่ยวต่างประเทศ Krungsri Boarding Card
บัตรที่เน้นเรื่องการแลกสกุลเงินได้หลากหลายมากที่สุดถึง 16 สกุลเงิน พร้อมทั้งโปรโมชั่นที่เกี่ยวกับการจองการเดินทาง เหมาะสำหรับนักเดินทางที่วางแผนเที่ยวหลายประเทศและต้องการความยืดหยุ่นในการแลกเงิน
- ไฮไลท์ดอกเบี้ยเงินฝาก : –
- วงเงินรูดจ่ายสูงสุดที่ต่างประเทศ : 500,000 บาท/วัน
- วงเงินกด ATM สูงสุดที่ต่างประเทศ : 100,000 บาท/วัน
- ค่าธรรมเนียมกด ATM ที่ต่างประเทศ : ต่างกันตามสกุลเงิน* เช่น USD เสีย 4 USD /รายการ
- ใช้จ่ายได้กี่ประเทศ : ใช้ได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก*
- แลกสกุลเงินล่วงหน้า : 16 สกุลเงิน* ในแอป Krungsri App
- อายุบัตร : 5 ปี
- ค่าธรรมเนียม : ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า (ถึง 31/12/68), ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี
บัตรท่องเที่ยวต่างประเทศ YouTrip
บัตรท่องเที่ยวต่างประเทศยอดนิยมที่เป็นผลงานร่วมกับธนาคารกสิกรไทย โดดเด่นด้วยการครอบคลุมการใช้งานที่กว้างขวาง และเน้นความสะดวกในการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน เหมาะกับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวสูง
- ไฮไลท์ดอกเบี้ยเงินฝาก : –
- วงเงินรูดจ่ายสูงสุดที่ต่างประเทศ : 500,000 บาท/วัน
- วงเงินกด ATM สูงสุดที่ต่างประเทศ : 50,000 บาท/เดือน
- ค่าธรรมเนียมกด ATM ที่ต่างประเทศ : 100 บาท / รายการ*
- ใช้จ่ายได้กี่ประเทศ : ครอบคลุมมากกว่า 150 ประเทศ*
- แลกสกุลเงินล่วงหน้า : 10 สกุลเงิน* ในแอป Youtrip
- อายุบัตร : 5 ปี
- ค่าธรรมเนียม : ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า (ถึง 31/12/68), ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี
บัตรท่องเที่ยวต่างประเทศ Krungthai Travel Platinum
บัตรจากธนาคารกรุงไทยที่ให้วงเงินใช้จ่ายสูงสุดถึง 5 ล้านบาทต่อวัน และมีเครดิตเงินคืน เหมาะสำหรับผู้ที่มีการใช้จ่ายสูงในต่างประเทศ หรือกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องเดินทางบ่อยๆ
- ไฮไลท์ดอกเบี้ยเงินฝาก : ฝากเงินในบัญชี Global Savings รับดอกเบี้ยสูงสุด 2.5% ต่อปี* (ตามสกุลเงินที่ธนาคารกำหนด)
- วงเงินรูดจ่ายสูงสุดที่ต่างประเทศ : 5,000,000 บาท/วัน
- วงเงินกด ATM สูงสุดที่ต่างประเทศ : 500,000 บาท/วัน
- ค่าธรรมเนียมกด ATM ที่ต่างประเทศ : 100 บาท / รายการ*
- ใช้จ่ายได้กี่ประเทศ : ครอบคลุม 210 ประเทศ*
- แลกสกุลเงินล่วงหน้า : 20 สกุลเงิน*ในแอป Krungthai next
- อายุบัตร : 5 ปี
- ค่าธรรมเนียม : ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 100 บาท, ค่าธรรมเนียมรายปี 250 บาท
*อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร ณ วันที่ 10/11/2568
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคาร/บริษัทผู้ออกบัตรกำหนด

ใช้บัตร Travel Card ยังไงให้คุ้มค่าตลอดทริป
การมีบัตรทราเวลการ์ดอยู่ในมือเป็นเพียงครึ่งทางสู่การเดินทางที่คุ้มค่าเท่านั้น การใช้งานอย่างถูกวิธีและมีกลยุทธ์จะช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากขึ้นตลอดทริป มาดูกันว่ามีทริคอะไรบ้างที่คุณสามารถนำไปใช้ได้จริงๆ
- แลกเงินล่วงหน้า : หากเห็นว่าเรทแลกเงินสกุลที่คุณจะไปถูกลงกว่าปกติ ให้รีบแลกเก็บเข้าบัตรไว้ก่อนเดินทาง เพราะนี่คือข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของบัตรทราเวลการ์ด
- เน้นรูดจ่ายแทนเงินสด : พยายามใช้บัตรรูดจ่ายในร้านค้าและร้านอาหารให้มากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียค่าธรรมเนียมการกด ATM ที่ต่างประเทศ (ส่วนใหญ่อยู่ที่ 100 บาทต่อรายการ)
- เลือกสกุลเงินท้องถิ่น: เวลาถูกถามว่าต้องการรูดจ่ายเป็นสกุลเงินบาท (THB) หรือสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ให้เลือกสกุลเงินท้องถิ่น เพราะการเลือก THB มักจะถูกแปลงด้วยเรทที่ไม่เป็นธรรมกว่า
- ตรวจสอบโปรโมชั่น : บัตรแต่ละใบมักมีโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับสายการบิน เว็บจองที่พัก หรือร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) อย่าลืมเช็กสิทธิประโยชน์เหล่านี้ก่อนใช้จ่าย
บัตร Travel Card เพื่อนร่วมทริปที่นักเดินทางต่างประเทศควรมี
ท้ายที่สุดแล้ว บัตร Travel Card ไม่ได้เป็นเพียงแค่บัตรชำระเงินธรรมดา แต่คือ ผู้ช่วยจัดการงบเที่ยวต่างประเทศ ให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นอย่างแท้จริง เพราะบัตรท่องเที่ยวต่างประเทศหรือบัตรทราเวลการ์ด ช่วยลดความกังวลเรื่องเรทแลกเงินที่ผันผวน ค่าธรรมเนียมการรูดจ่าย 2.5% ที่สูงเกินความจำเป็น และช่วยลดความเสี่ยงจากการพกเงินสดจำนวนมาก ดังนั้น การทำความเข้าใจและเลือกบัตรทราเวลการ์ดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทริปของคุณทั้งสนุก ประหยัด และสบายใจกว่าที่เคย
ขอบคุณข้อมูลจาก : Mushroom Travel, ธนาคารกรุงไทย