ในสังคมไทย ความกตัญญูถูกผูกติดกับการให้เงินเดือนก้อนแรก (หรือก้อนต่อๆ ไป) มาช้านาน จนบางครั้งมันกลายเป็นกำแพงที่ทำให้เด็กจบใหม่ไปจนถึงวัยทำงานตอนต้นต้องหายใจไม่ทั่วท้อง ว่า เงินเดือนเข้าแล้ว ต้อง โอนเงินให้พ่อแม่ ยังไงดี ถ้าไม่ให้ก็กลายเป็นลูกอกตัญญู บทความนี้ FINSTREET จะพามาดูว่า ควรให้เงินเดือนพ่อแม่ด้วยวิธีไหนบ้าง ไม่ให้กระทบกับสุขภาพการเงิน

คนที่บ้านเป็นแบบไหน? เช็กสไตล์ความคาดหวังก่อน โอนเงินให้พ่อแม่
ในสังคมไทยแต่ละครอบครัวก็มีบริบทที่ต่างกัน การเอาตัวเลขที่เพื่อนโอนเงินให้พ่อแม่หลังจากได้เงินเดือนมาเทียบกับตัวเอง อาจกลายเป็นหายนะทางการเงินในอนาคตได้ เพราะพ่อแม่แต่บ้านต่างก็มีสไตล์ก็ต้องการสิ่งที่ต่างกันออกไป ลองมาเช็กดูก่อยว่าบ้านคุณเป็นแบบไหนกันบ้าง?
- พ่อแม่ที่ไม่ขอ แต่ลูกอยากให้ก็รับไว้ : นี่คือกลุ่มที่น่าอิจฉาที่สุด เพราะพ่อแม่กลุ่มมักมีบำนาญ มีเงินเก็บ หรือวางแผนชีวิตวัยเกษียณไว้แล้ว ส่วนมากก็มักจะพูดว่า “เก็บไว้ใช้เถอะลูก พ่อแม่ดูแลตัวเองได้” มากกว่า เพราะสิ่งที่พ่อแม่ต้องการจริงๆ อาจไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี แต่คือความภาคภูมิใจที่ได้เห็นลูกดูแลตัวเองได้และยังนึกถึงกันอยู่
- พ่อแม่สุดชิล แต่ก็สั่งห้ามว่าไม่ต้องโอนเงินให้ : เป็นพ่อแม่อีกกลุ่มที่เคยผ่านความลำบากมาก่อน เลยมองว่าความสำเร็จของลูกคือการตั้งตัวได้เร็วที่สุดและอาจจะรู้สึกผิดถ้าต้องเอาเงินจากคุณ แล้วมักพูดทำนองว่า “ไม่ต้องส่งมาหรอก เอาไปเก็บเถอะ” เพราะพ่อแม่ อยากเห็นคุณมีเงินออม มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง และมีความมั่นคงระยะยาว
- พ่อแม่สายคาดหวัง ว่าจะต้องให้เงินพ่อแม่ : นี่คือความจริงอันเจ็บปวดของหลายบ้านๆ เพราะพ่อแม่อาจไม่มีสวัสดิการเกษียณ มีหนี้สิน ไม่ได้คิดถึงเรื่องการวางแผนเกษียณอายุในอนาคต ทำให้คุณกลายเป็นความหวังเดียวของครอบครัว คุณกำลังรับบทเดอะแบกอยู่
ดังนั้น อยากให้คุณกอดตัวเองและทำความเข้าใจพ่อแม่ไปพร้อมกันๆ ว่าพฤติกรรมของพ่อแม่ที่ยกตัวอย่างมานั้น ไม่ได้เกิดจากความรักที่มากหรือน้อยต่างกัน แต่มาจากแต้มต่อในชีวิตที่ได้รับมาไม่เท่ากัน พ่อแม่บางคนเลยไม่ได้วางแผนเกษียณเพียงเพราะต้องทำมาหากินเพื่อให้ทั้งครอบครัวมีชีวิตรอด

3 สูตรลูกกตัญญูฉบับโอนเงินให้ที่บ้าน ลูกรอด พ่อแม่แฮปปี้
เมื่อเข้าใจเฉดสีความคาดหวัง ของที่บ้านแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเลือกวิธีโอนเงินให้พ่อแม่ ที่คุณเองยังสามารถใช้ชีวิตรอดไปได้พร้อมๆ กับทำหน้าที่กตัญญูตามที่สังคมกำหนดเอาไว้ด้วย ดังนี้
ใช้วิธีโอนเงินให้พ่อแม่จำนวน 10%
วิธีอ้างอิงจากกฎการจัดสรรเงินแบบ 50/30/20 (Needs/Wants/Savings) ที่แนะนำให้ออมเงิน 20% ของรายได้ และเพื่อไม่ให้หนักเกินไป แนะนำให้ดึงครึ่งหนึ่งของส่วนเงินออม 20% (คือ 10% ของเงินเดือน) มาเป็นงบกลางสำหรับที่บ้านโดยเฉพาะ
- แนวทางการจัดการ : หากที่บ้านไม่รีบใช้เงินให้เก็บ 10% นี้ไว้ในบัญชีดิจิทัลชื่อเราเพื่อเป็นเงินก้อนฉุกเฉินในอนาคต แต่ถ้าบ้านต้องการเงินสดให้ใช้ยอดนี้เป็นยอดโอนคงที่ให้ทุกเดือนเพื่อสร้างขอบเขตที่ชัดเจน
- ทำไมวิธีนี้ถึงตอบโจทย์ : การล็อคตัวเลขที่ 10% คือสัดส่วนที่เจ็บแต่จบ คือไม่กระทบไลฟ์สไตล์เกินไป แต่มีประสิทธิภาพพอที่จะปั้นเป็นเงินก้อนได้จริง (ออม 10 เดือน = มีเงินสำรอง 1 เดือน) อีกทั้งยังช่วยให้ไม่ใจอ่อนโอนเพิ่มจนแผนการเงินตัวเองพัง
Tip : ตัวช่วยเก็บเงินก้อนกตัญญูให้คุณ
หากคุณเลือกใช้ สูตร 10% และอยากสร้างวินัยการออมให้แข็งแกร่ง แนะนำให้เปิด “บัญชีเงินฝากปลอดภาษี 24 เดือน” เพราะนอกจากจะได้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีทั่วไปแล้ว ยังเป็นตัวช่วยบังคับให้ออมเงินยอดเท่ากันทุกเดือนได้จริงอีกด้วย หมายเหตุ: ควรเป็นเงินเย็นที่ตั้งใจเก็บ 2 ปีเต็มเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยตามเงื่อนไข โดย 5 บัญชีเงินฝากปลอดภาษี 24 เดือน ที่น่าสนใจ เช่น
| ธนาคาร | ชื่อบัญชี | ดอกเบี้ยสูงสุด (ต่อปี) | ยอดฝากขั้นต่ำ | จุดเด่น |
| ออมสิน | เงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี | 2.55% | 1,000.- | ดอกเบี้ยสูงที่สุดในกลุ่ม |
| ธ.ก.ส. | เงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน | 2.55% | 1,000.- | ดอกเบี้ยสูง มั่นคงตามสไตล์รัฐ |
| ไทยเครดิต | Tax Free Account | 2.25% | 1,000.- | ดอกเบี้ยแรง แข่งกับธนาคารใหญ่ได้สบาย |
| เกียรตินาคินภัทร | KKP TAX FREE | 1.95% | 500.- | เริ่มต้นง่ายเพียง 500 บาท ดอกเบี้ยดี |
| กสิกรไทย | เงินฝากทวีทรัพย์ | 1.85% | 500.- | ใช้งานง่ายผ่านแอปฯ K PLUS ยอดนิยม |
*ข้อมูลจากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ธนาคารต่างๆ
*อัตราดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงได้เงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
แบ่งงบบางส่วนมาเป็นการโอนความเสี่ยง
ในวันที่พ่อแม่เริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุ ความเสี่ยงที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งคือบิลค่ารักษาพยาบาลหลักหมื่นหรือแสนที่มาวางตรงหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งอาจทำให้แผนการเงินของคุณพังทลายได้ในพริบตา
- แนวทางการจัดการ : เมื่อคุณจัดสรรเงินสดให้พ่อแม่ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว แทนที่จะเพิ่มยอดเงินโอนให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ลองแบ่งเงินบางส่วนมาซื้อความคุ้มครองผ่านการซื้อประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุแทน
- ทำไมวิธีนี้ถึงตอบโจทย์ : ะการจ่ายเบี้ยประกันคือการล็อคค่าใช้จ่ายที่แน่นอน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ในอนาคต หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน บริษัทประกันจะเป็นคนรับผิดชอบค่ารักษาให้ทั้งหมด ช่วยให้เงินออมหรือเงินเดือนทั้งปีของคุณไม่ต้องมลายหายไปกับค่าหมอ
Tip : ทางออกสำรอง เมื่อเหตุฉุกเฉินมาแบบไม่ทันตั้งตัว
ในวันที่แผนสำรองหรือประกันยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และจำเป็นต้องใช้เงินก้อนเพื่อดูแลที่บ้านอย่างเร่งด่วน การเลือกสินเชื่อส่วนบุคคล ที่เป็นเงินก้อนสำรอง ดอกเบี้ยถูกกฎหมาย คือทางเลือกที่ดีกว่าการพึ่งพากู้นอกระบบเป็นไหนๆ โดย 6 สินเชื่อส่วนบุคคลที่น่าใจ คือ
| สถาบันการเงิน | ผลิตภัณฑ์ | จุดเด่น | วงเงิน / ระยะผ่อน |
| ธนาคารกรุงศรี | Krungsri iFIN | สมัครผ่านแอป KMA ได้ดอกเบี้ยถูกกว่าสมัครที่สาขา | สูงสุด 2 ล้าน / นาน 60 เดือน |
| ttb (ทีทีบี) | ttb cash2go | ลดดอกเบี้ยลง 3% ต่อปี เมื่อใช้คู่กับบัญชี All Free | สูงสุด 2 ล้าน / นาน 72 เดือน |
| Line BK | วงเงินให้ยืม | ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน สมัครผ่าน LINE ได้ 24 ชม. | สูงสุด 8 แสน / ตามเงื่อนไข |
| เกียรตินาคินภัทร | KKP Better Loan | ดอกเบี้ยตาม Credit Score และเลือกวันชำระเองได้ | สูงสุด 2 ล้าน / ลดต้นลดดอก |
| CardX | Speedy Loan Top-Up | สมัครผ่าน SCB EASY ผ่อนนาน ช่วยกระจายรายจ่าย | สูงสุด 5 เท่ารายได้ / นาน 72 เดือน |
| UOB | i-Cash | เน้นไว+อิสระ: อนุมัติใน 3 วัน และไม่มีค่าธรรมเนียมปิดยอดก่อนกำหนด | สูงสุด 2 ล้าน / 12 – 60 เดือน |
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี
รับผิดชอบค่าใช้จ่ายกลางที่ของครอบครัว
สำหรับบ้านที่ต้องการความชัดเจนในการใช้จ่าย หรือลูกๆ ที่อยากให้พ่อแม่รู้สึกถึงความใส่ใจผ่านความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
- แนวทางการจัดการ : รับหน้าที่จัดการค่าใช้จ่ายประจำของที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ตบ้าน หรือสมาชิกความบันเทิงอย่าง Netflix รวมถึงการสั่งของสดของใช้เข้าบ้านผ่านแอปฯ โดยตรงในวันเงินเดือนออก
- ทำไมวิธีนี้ถึงตอบโจทย์ : การที่คุณเข้าไปช่วยจัดการรายจ่ายเหล่านี้ให้จบไปในทีเดียว จะช่วยเบาแรงให้พ่อแม่ไม่ต้องมานั่งปวดหัวหรือคอยพะวงกับบิลจุกจิกที่มักจะตามมาตลอดทั้งเดือน ทำให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายและสบายใจขึ้นกว่าเดิม
Tip : ตัวช่วยรวบรวมรายจ่ายให้เป็นระบบและจัดการง่ายขึ้น
ในเมื่อต้องรับหน้าที่จัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว การเลือกใช้บัตรเครดิตจะช่วยให้คุณรวบรวมยอดจ่ายจุกจิกทั้งหมดไว้ในที่เดียว ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย และยังช่วยบริหารจัดการงบประมาณในแต่ละเดือนได้คล่องตัวขึ้น โดยตัวอย่างบัตรเครดิต เช่น
| บัตรเครดิต | รายละเอียด |
| KTC PLATINUM VISA | ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ ไม่มีเงื่อนไขยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ เหมาะสำหรับถือไว้รวบรวมยอดค่าใช้จ่ายประจำในบ้านได้ยาวๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมแฝง |
| ttb so fast | ทุก 10 บาทรับ 1 คะแนน และเมื่อ แลกคะแนนสุดคุ้ม รับ Cashback สูงสุด 12 ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และรายปี |
| KBank Visa Platinum | เลือกผ่อนชำระได้ตามใจ มีบริการ KBank Smart Pay ที่ร่วมรายการผ่อน 0% กับร้านค้าชั้นนำมากมาย เหมาะสำหรับเวลาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของเข้าบ้านชิ้นใหญ่ |
| CardX UP2ME | ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ ไม่มีเงื่อนไข สิทธิประโยชน์หลากหลายครอบคลุมการใช้จ่าย ช่วยให้การบริหารงบประมาณรายเดือนยืดหยุ่นและคล่องตัว |
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารหรือบริษัทผู้ออกบัตรกำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
ทริคเลือกสูตรที่ใช่ให้เหมาะกับรายได้ของตัวเองก่อน โอนเงินให้พ่อแม่
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า “ต้องทำทั้ง 3 สูตรเลยไหม?” คำตอบคือ ไม่จำเป็นเลย แค่ให้เลือกตามสถานะการเงินและความคาดหวังของบ้านคุณเป็นหลัก ตัวอย่าง เช่น
- ถ้าไหวแค่สูตรเดียว : แนะนำสูตรที่ 1 (10% Stable) เพื่อวางรากฐานก่อน
- ถ้าอยากป้องกันความเสี่ยง : ให้ใช้สูตรที่ 1 คู่กับสูตรที่ 2 (ประกัน) เพื่อปิดช่องโหว่เรื่องค่าหมอ
- ถ้าอยากคุมงบไม่ให้บานปลาย : ให้เน้นสูตรที่ 3 (จ่ายบิล) เพื่อจัดการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นให้เบ็ดเสร็จ ช่วยลดโอกาสที่ท่านจะขอเงินเพิ่มระหว่างเดือน เลยควบคุมเงินสดส่วนที่เหลือได้
สุดท้ายแล้ว ไม่มีสูตรไหนผิดหรือถูกที่สุด มีแค่สูตรที่พอดีกับรายได้ของคุณและความพอใจกับความคาดหวังของที่บ้านเท่านั้น
การให้เงินพ่อแม่ไม่ใช่การวัดค่าความรัก แต่คือการดูแลที่ยั่งยืน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเลือกให้เงินพ่อแม่ ด้วยวิธีไหน หรือจำนวนเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากให้ลืมว่าความกตัญญูที่แท้จริงต้องไม่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งพัง ซึ่งการวางแผนและการตั้งขอบเขตที่ชัดเจนในวันนี้ คือการสร้างรากฐานที่มั่นคง เพื่อให้คุณมีกำลังพอที่จะดูแลพ่อแม่ไปได้นานที่สุด เพราะในวันที่คุณแข็งแรงทางการเงิน พ่อแม่ก็จะหมดห่วงในตัวคุณได้มากที่สุดนั่นเอง