การวางแผนเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องพื้นฐาน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่ต้องเลือกโรงพยาบาลประกันสังคมที่ตอบโจทย์กับชีวิต ไม่ว่าจะในตอนนี้กำลังจะย้ายที่อยู่ใหม่ ย้ายที่ทำงานใหม่ หรืออยากจะย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมไปในที่ที่มีมาตรฐานและเครื่องมือการแพทย์ที่ครบครัน ดังนั้น การตัดสินใจเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้จะพาไปดูการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมออนไลน์ด้วยตัวเอง เพื่อให้ทุกก้าวของการรักษาพยาบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและอุ่นใจที่สุด
เป็นผู้ประกันตน ม.33 ม.39 สามารถ เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ได้เลย
แน่นอนว่ากลุ่มคนที่สามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ จะต้องเป็นผู้ประกันตน แต่ก่อนจะเข้าสู่การย้ายโรงพยาบาลประกันสังคม สิ่งที่ต้องทำก่อนคือการเช็กว่าคุณสมบัติและสถานะของผู้ประกันตน เพราะไม่ใช่ทุกคนจะทำเรื่องได้ในทันที ซึ่งผู้ที่มีสิทธิยื่นเรื่องขอเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม โดยส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันที่คุณจะเข้ารับบริการทางการแพทย์ และสถานะผู้ประกันตนต้องมีความสมบูรณ์ ไม่มีการค้างชำระที่อาจส่งผลต่อการใช้สิทธิ์ ซึ่งมีด้วยกัน 2 กลุ่ม
- ผู้ประกันตนมาตรา 33 : กลุ่มพนักงานประจำหรือลูกจ้างในบริษัทเอกชนที่นายจ้างมีการหักเงินสมทบเข้าสู่ระบบเป็นประจำทุกเดือน
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 : กลุ่มอดีตคนทำงานที่ลาออกจากงานประจำแล้วแต่ยังคงสมัครใจส่งเงินสมทบด้วยตนเองเพื่อรักษาสิทธิสวัสดิการอย่างต่อเนื่อง
Tip : หากลาออกจากงานและสิ้นสภาพผู้ประกันตน ม.33 ยังสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเดิมต่อได้อีก 6 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติม

อยาก เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ทำได้ 2 ช่วงคือ รอบปี และระหว่างปี
จริงๆ แล้วการเปลี่ยนหรือย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ 1 ปีครั้ง แต่ระบบประกันสังคมเองก็มีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นตามความจำเป็นของชีวิตมนุษย์เงินเดือน จึงสรุปได้ว่าสามารถย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมได้ใน 2 ช่วงเวลา คือ
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมรอบประจำปี
ช่วงการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมรอบประจำปี เป็นช่วงเวลาที่สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ผู้ประกันตนสามารถปรับเปลี่ยนสถานพยาบาลตามความต้องการได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลประกอบเลย เช่น อยากย้ายไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านมากขึ้น ใกล้ที่ทำงาน หรือเลือกโรงพยาบาลที่มีความสะดวกและรูปแบบบริการที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากกว่า โดยทำได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ประจำปีที่ผู้ประกันตนสามารถใช้ได้ปีละ 1 ครั้ง
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมระหว่างปี
หากชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เช่น การย้ายที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หรือการย้ายที่ทำงานไปยังต่างจังหวัด ผู้ประกันตนสามารถยื่นเรื่องย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมระหว่างปีได้ทันที โดยมีเงื่อนไขว่าต้องยื่นคำขอภายใน 30 วัน นับจากวันที่ย้ายที่อยู่หรือย้ายที่ทำงานจริง เพื่อให้สิทธิการรักษาพยาบาลสอดคล้องกับสถานที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานในปัจจุบัน
วิธีเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ออนไลน์ ด้วยตัวเอง ผ่าน SSO Plus Line Official ประกันสังคม เว็บไซต์สำนักประกันสังคม และแอปทางรัฐ
ในยุคดิจิทัลไม่มีอะไรเหมาะแก่การได้ทำเรื่องย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมออนไลน์อีกแล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานประกันสังคมเหมือนเมื่อก่อน ช่วยประหยัดเวลา ลดความยุ่งยาก ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมออนไลน์ด้วยกัน 4 วิธี คือ

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมออนไลน์ด้วยแอปพลิเคชัน SSO Plus
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Plus ของสำนักงานประกันสังคม
- ลงชื่อเข้าสู่ระบบ (ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียนให้ลงทะเบียนก่อน)
- กดภาพสี่เหลี่ยมตรงมุมบนซ้ายของแอปฯ
- เลือก “เปลี่ยนโรงพยาบาล”
- เลือกเหตุผลในการเปลี่ยน และเลือกโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่ต้องการ
- อ่านหลักเกณฑ์การเลือกสถานพยาบาลให้ครบถ้วน
- กดยอมรับข้อตกลง และกด “ยืนยัน”

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมออนไลน์ด้วย LINE Official ประกันสังคม
- แอดไลน์สำนักงานประกันสังคม @ssothai แล้วเลือก “เข้าสู่ระบบ
- กรอกข้อมูล Username และ Password เพื่อเข้าสู่ระบบ หรือถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกให้สมัครสมาชิกก่อน
- จากนั้นเลือก “เปลี่ยนโรงพยาบาล”
- เลือกสาเหตุที่เปลี่ยนโรงพยาบาล
- เลือกโรงพยาบาลใหม่ที่ต้องการ
- อ่านหลักเกณฑ์การเปลี่ยนสถานพยาบาลให้ครบถ้วน
- กดยอมรับข้อตกลง และกด “บันทึก”

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมออนไลน์ด้วยเว็บไซต์สำนักประกันสังคม
- เข้าเว็บไซต์ sso.go.th เลือกเมนู e-Self Service
- กรอกเลขบัตรประชาชน หรือ Username และ Password เดียวกับที่ลงทะเบียนผ่านไลน์สำนักงานประกันสังคม
- หากยังไม่เคยลงทะเบียนให้เลือก “สมัครสมาชิก” หรือเลือกดำเนินการต่อด้วยแอปฯ ThaiD แล้วทำตามขั้นตอน
- เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้เลือก “ขอเปลี่ยนสถานพยาบาล”
- กรอกข้อมูลสถานพยาบาลที่ต้องการย้ายสิทธิ์ไป และกดยอมรับข้อตกลง

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมออนไลน์ด้วยแอปพลิเคชันทางรัฐ
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ทางรัฐ
- ลงชื่อเข้าสู่ระบบ (ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียนให้ลงทะเบียนก่อน)
- เลือกงานบริการสำนักงานประกันสังคม
- เข้าสู่ระบบ e-Self Service
- เลือกเปลี่ยนสถานพยาบาล
- เลือกสาเหตุ
- เลือกสถานพยาบาล
- กดยืนยันข้อมูล
- รอตรวจสอบผลการเปลี่ยนสถานพยาบาล
ย้ายโรงพยาบาลประกันสังคม ใช้สิทธิ์ได้ 2 เงื่อนไข คือตามรอบวันที่ 1-15 และหลังวันที่ 16
หลายคนมักตั้งคำถามว่าหลังจากกดยืนยันไปแล้ว เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ใช้เวลากี่วัน จึงจะสามารถเดินถือบัตรประชาชนไปหาหมอที่ใหม่ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งระบบประกันสังคมจะมีการตัดรอบที่ชัดเจนเพื่อให้สถานพยาบาลจัดเตรียมฐานข้อมูลคนไข้ คือ
- หากทำเรื่องขอย้ายโรงพยาบาลประกันสังคม ระหว่างวันที่ 1 – 15 ของเดือนนั้นๆ (ก่อนเวลา 16.30 น.) จะสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ในวันที่ 16 ของเดือนนั้นได้เลย
- หากทำเรื่องขอย้ายสถานพยาบาลประกันสังคม ตั้งแต่วันที่ 16 ไปจนถึงวันสุดท้ายของเดือน (ก่อนเวลา 16.30 น.) จะสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ในวันที่ 16 ของเดือนถัดไป
3 สาเหตุหลักที่ทำให้เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมไม่ผ่าน
- สถานะโควตาเต็ม : โรงพยาบาลที่คุณหมายตาไว้มักจะเป็นสถานพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผู้ประกันตนเลือกไว้จนเต็มขีดจำกัดแล้ว
- เงื่อนไขเชิงพื้นที่: การเปลี่ยนสิทธิมักถูกจำกัดให้อยู่ในเขตจังหวัดที่คุณมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือจังหวัดที่คุณทำงานอยู่จริงเท่านั้น
- สถานะการรักษาปัจจุบัน : หากคุณอยู่ระหว่างการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (IPD) หรือมีเคสผ่าตัดค้างอยู่ ระบบอาจระงับการย้ายจนกว่ากระบวนการรักษาเดิมจะสิ้นสุดลงเพื่อป้องกันความสับสนเรื่องค่าใช้จ่าย
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ประกันโรคร้ายแรง ตัวช่วยเพิ่มความอุ่นใจเมื่อค่ารักษาเกินสิทธิ์ที่มี
แม้สิทธิประกันสังคมจะเป็นรากฐานที่ดี แต่การมีประกันสุขภาพเพิ่มเติมถือเป็นแผนสำรองชั้นยอดที่จะช่วยปิดช่องว่างเรื่องค่าห้องพิเศษและข้อจำกัดในการเลือกโรงพยาบาล ช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วและเลือกเทคโนโลยีการแพทย์ที่ดีที่สุดได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่อาจกระทบเงินออม ถือเป็นการอัปเกรดสวัสดิการให้ยืดหยุ่นและปกป้องความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย (IPD / OPD)
ประกันสุขภาพกลุ่มนี้เป็นแผนยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือน เน้นความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริง ทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และบางแผนสามารถเสริมความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) ได้ ช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้สะดวกยิ่งขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ตัวอย่างประกัน เช่น
- Health เหมา สบายใจ สบายตังค์ ของไทยประกันชีวิต
- โอเชี่ยนไลฟ์ เอ็นจอย เฮลท์ ของโอเชี่ยนไลฟ์
- AIA Health Happy ของเอไอเอประกันชีวิต
[h3] ประกันโรคร้ายแรง (Cancer / Critical Illness)
ประกันโรคร้ายแรงเป็นแผนประกันที่ช่วยรองรับความเสี่ยงด้านการเงินในกรณีเจ็บป่วยรุนแรง เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคร้ายแรงตามที่กรมธรรม์กำหนด โดยจะจ่ายเงินก้อนทันทีเมื่อแพทย์วินิจฉัยโรคตามเงื่อนไข ผู้เอาประกันสามารถนำเงินไปใช้ได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษาและการดูแลสุขภาพ ตัวอย่างประกัน เช่น
- ประกันโรคร้ายแรง PRUCritical Care ของพรูเดนเชียล
- CI Perfect Care สัญญาเพิ่มเติม ซีไอ เพอร์เฟค แคร์ ของเมืองไทยประกันชีวิต
- ประกันโรคร้ายแรง Gen Critical Illness ของเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์
*เงื่อนไขในกรมธรรม์เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจสมัครทำประกันภัย
การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม สิทธิ์สำคัญที่ผู้ประกันตนไม่ควรมองข้าม
การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมเป็นสิทธิ์ที่ผู้ประกันตนควรรู้และใช้ให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตในแต่ละช่วง ไม่ว่าจะเป็นการย้ายที่อยู่ ย้ายที่ทำงาน หรือความต้องการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่สะดวกและมีมาตรฐานมากขึ้น การตรวจสอบช่วงเวลา เงื่อนไข และโควตาของสถานพยาบาล รวมถึงการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมออนไลน์ผ่านช่องทางที่กำหนด จะช่วยให้การรักษาพยาบาลไม่สะดุดและยังคงใช้สิทธิ์ได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว