เพื่อนยืมเงิน ฟังดูเหมือนเรื่องเล็กๆ ที่ใช้แค่ความเห็นใจและความไว้ใจ แต่ความจริงคือหนึ่งในดราม่าคลาสสิกของทุกมิตรภาพเลยจริงๆ เพราะบางคนใจอ่อนให้ยืมไป หรือบางคนแค่ไม่รู้วิธีปฏิเสธคนยืมเงิน จนสุดท้ายต้องมานั่งกลุ้มว่าถ้าเพื่อนยืมเงินไม่คืนจะทำยังไงดี? แต่รู้ไหมว่านิสัยเรื่องเงินของแต่ละคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับ “บุคลิกภาพ MBTI” มากกว่าที่คิด เพราะบางไทป์ให้ยืมง่ายเพราะเห็นใจ บางไทป์วางระบบไว้เป๊ะจนไม่ปล่อยผ่านแม้แต่บาทเดียว บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า MBTI แต่ละแบบจะมีท่าทีอย่างไรเวลาเพื่อนมายืมเงิน พร้อมบอกทริควิธีปฏิเสธคนยืมเงินแบบไม่ทำลายความสัมพันธ์ของเพื่อน

MBTI คืออะไร มีกี่ประเภท ก่อนดูว่าใครใจดีเมื่อเพื่อนยืมเงินที่สุด
MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพที่ช่วยให้เราเข้าใจแนวคิดและพฤติกรรมของตัวเอง รวมถึงมุมมองต่อโลกและการตัดสินใจของผู้อื่น ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากทฤษฎีของนักจิตวิทยาชื่อดัง Carl Jung โดย MBTI แบ่งคนออกเป็น 16 บุคลิกภาพหลัก โดยอิงจาก 4 มิติสำคัญ (8 ตัวอักษร) ที่สะท้อนแนวทางการใช้ชีวิต คือ
- E / I (Extroversion vs. Introversion) : คนชอบเข้าสังคม vs. คนเก็บตัว
- S / N (Sensing vs. Intuition) : เน้นข้อมูลจริง vs. เน้นภาพรวมและสัญชาตญาณ
- T / F (Thinking vs. Feeling) : ใช้เหตุผล vs. ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ
- J / P (Judging vs. Perceiving) : วางแผนชัดเจน vs. ยืดหยุ่นตามสถานการณ์
ซึ่งลักษณะเหล่านี้ส่งผลต่อ “นิสัยการเงิน” และ “ท่าทีเวลาเพื่อนมายืมเงิน” ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว เพราะมิติทั้งสี่ที่ประกอบกันเป็นบุคลิกภาพของเรานั้น คือ กุญแจสำคัญที่จะเปิดเผยว่าในบรรดา 16 ไทป์นี้ ใครคือคนที่ใจอ่อนที่สุดและใครคือคนที่ใช้ความเข้มงวดเมื่อเพื่อนมาขอยืมเงิน ดังนั้น ถ้าใครยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็น MBTI ไทป์ไหน ลองเช็กว่าคุณเองมี MBTI ได้ด้วยการทำแบบทดสอบบุคลิกภาพที่เว็บไซต์ https://www.16personalities.com/th เลย

เช็กเลย MBTI แบบไหนใจดีสุดหรือใจร้ายสุดเวลา เพื่อนยืมเงิน
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนเพื่อนยืมเงินเท่าไรก็ให้โดยไม่ได้คิดอะไร แต่บางคนแค่พูดคำว่า “ยืม” ก็โดนเบรกในทันที ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนบุคลิกในเชิง MBTI ได้อย่างชัดเจนเลย ลองมาดูกันว่าแต่ละไทป์จะมีท่าทีอย่างไรเมื่อมีเพื่อนมาขอยืมเงิน
MBTI กลุ่มใจอ่อนให้เพื่อนยืมเงินง่ายที่สุด คือไทป์ไหน
คนกลุ่มนี้คือผู้ที่ใช้ ความรู้สึก (F) และ ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) นำหน้าการเงิน พวกเขาเห็นเพื่อนลำบากไม่ได้ พร้อมยื่นมือช่วยทันที
- ENFP (The Campaigner) : ใจกว้างและมองโลกในแง่ดี มักคิดว่า “เดี๋ยวก็ได้คืนแหละ” การช่วยเพื่อนคือความสุขที่สำคัญกว่าตัวเลขในบัญชี
- ESFP (The Entertainer) : สายเพื่อน สายปาร์ตี้ มีความสุขกับการให้และช่วยเหลือ ใครเดือดร้อนพร้อมช่วยทันที และไม่ชอบให้เรื่องเงินมาทำให้มิตรภาพดูแย่ลง
- ENFJ (The Protagonist) : Empathy สูงมาก ยอมเสียสละเพื่อเพื่อนได้ง่าย และรู้สึกว่าการไม่ช่วยเพื่อนเป็นเรื่องที่ผิดต่อหลักการของตัวเอง
- INFJ (The Advocate) : อ่อนไหวต่อความรู้สึกของผู้อื่น เมื่อเห็นคนเดือดร้อนก็พร้อมช่วยทันที เพราะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในระยะยาวมากกว่าเงินชั่วคราว
- INFP (The Mediator) : เป็นคนที่มี Idealist ใจอ่อน เห็นคนเดือดร้อนก็พร้อมช่วยทันที มักไม่ค่อยตั้งคำถามถึงความจำเป็นหรือความสามารถในการคืนสักเท่าไหร่
ซึ่งคนกลุ่มนี้ “ให้เพราะใจ” มากกว่าเหตุผลทางการเงิน มักไม่จด ไม่จำ ไม่คิดดอก และด้วยความใจดีนี้เอง ทำให้พวกเขาเสี่ยงกับปัญหาเพื่อนยืมเงินไม่คืนได้มากที่สุด
MBTI กลุ่มให้เพื่อนยืมเงินได้แต่ก็แอบมีลังเลอยู่บ้าง คือไทป์ไหน
คนกลุ่มนี้เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างหัวใจและสมอง พวกเขาจะให้เมื่อโดนเพื่อนยืมเงินอยู่แล้ว แต่ต้องมั่นใจว่าเพื่อนจะรับผิดชอบได้จริง หรือมีเหตุผลที่สมควรและหนักแน่นว่าจะให้ไป
- ISFJ (The Defender) : อยากช่วยแต่กังวลว่าเพื่อนยืมเงินไม่คืน โดยพวกเขามีความรับผิดชอบสูง จึงแอบเป็นห่วงเรื่องความไม่แน่นอนทางการเงิน
- ESFJ (The Consul): รักเพื่อนแต่มี Sense เรื่องระเบียบและความรับผิดชอบ จะให้ยืมหากมีรายละเอียดที่ชัดเจนและเพื่อนคนนั้นต้องไว้ใจได้จริง
- ENTP (The Debater) : ใจดีแต่อารมณ์พาไป มักให้ยืมตามความสนุกหรือความอยากช่วยเหลือ แต่ถ้าเจอเพื่อนยืมเงินไม่คืนบ่อยๆ จะเริ่มถอยและหันมาใช้ตรรกะมากขึ้น
- INTP (The Logician) : ไม่ซีเรียสเรื่องเงิน เพราะถ้าให้ยืมได้ก็ให้ แต่ต้องมีเหตุผลที่สมเหตุสมผลมาอธิบาย พวกเขาไม่ชอบการยืมเงินแบบไร้ตรรกะ
- ESTP (The Entrepreneur) : อารมณ์พาไป ถ้าวันนั้นอารมณ์ดีและเงินเหลือก็พร้อมให้ทันทีแบบไม่คิดมาก แต่ถ้ารู้สึกว่าเหตุผลไม่ชัดหรือเพื่อนไม่น่าเชื่อถือ จะปฏิเสธทันทีโดยไม่ลังเล และถ้ามีเคสยืมแล้วไม่คืนแม้แค่ครั้งเดียว ESTP จะไม่ให้โอกาสครั้งที่สองอีกเลย
ซึ่งคนกลุ่มนี้ “มีสมดุลระหว่างหัวใจและสมอง” คือเมื่อโดนเพื่อนยืมเงินก็ให้ได้อยู่แล้ว แต่ต้องมีเหตุผลต่างๆ มาประกอบการตัดสินใจไม่ใช่โดนยืมเงินแล้วได้รับคำสัญญาว่า “เดี๋ยวคืนแน่นอน” แต่ต้องยืมเงิน หมุนเงินไม่ทัน หรือต้องเอาเงินไปจ่ายค่าอะไรที่เร่งด่วนไหม เป็นต้น
MBTI กลุ่มให้เพื่อนยืมเงินได้แต่กว่าจะให้ก็ใช้เวลาไตร่ตรอง คือไทป์ไหน
กลุ่มนี้เน้นการวางแผน (J) และใช้เหตุผล (T) พวกเขาจะระมัดระวังสูงมากๆ ในการตัดสินใจอะไร และไม่ชอบให้ความสัมพันธ์ของเพื่อนมาปนเรื่องเงินๆ ทองๆ เพราะถือว่ามันคือความเสี่ยงที่อาจส่งผลแย่ต่างๆ ในอนาคตได้
- ISFP (The Adventurer) : ใจดีแต่ไม่ชอบพันธะทางการเงิน และไม่ชอบให้ใครมายืม เพราะอาจทำให้ความรู้สึกไม่สบายใจ และจะให้ยืมในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น
- ENTJ (The Commander) : ถ้าให้จะอยู่ในโหมด Business มีความเป็นผู้นำสูง ถ้าเพื่อนยืม ต้องมีสัญญากู้ยืมเงิน มีเดดไลน์ที่ชัดเจน และถือว่าเป็นการลงทุนที่ต้องมีผลตอบแทนกลับมา
- ISTP (The Virtuoso) : นักปฏิบัติที่เก็บเงินไว้ใช้เอง ไม่ชอบเสี่ยงและไม่ชอบการผูกมัด การให้ยืมเงินคือความเสี่ยงที่พวกเขาไม่เต็มใจรับ
ซึ่งคนกลุ่มนี้ใช้ “เหตุผลและระบบ” นำหน้าอารมณ์ ถ้าอยากยืมต้องมีหลักฐานหรือเงื่อนไขที่ชัดเจนมานำเสนอ หากมีการผิดสัญญาการยืมเงิน พวกเขาพร้อมที่จะทวงเงินทันที
MBTI กลุ่มให้เพื่อนยืมเงินยากสุดๆ คือไทป์ไหน
นี่คือกลุ่มที่รักระเบียบ ใช้เหตุผลเป็นหลัก และมองเรื่องเงินอย่างจริงจัง พวกเขาให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินของตัวเองเป็นอันดับแรก การให้ยืมเงินคือการทำลาย “ระบบ” ที่ตัวเองสร้างมา
- ISTJ (The Logistician) : เรื่องการเงินรอบคอบมาก ถ้าโดนเพื่อนยืมเงินมักแนะนำให้เพื่อนไปหาทางอื่นแทน หรือแนะนำแหล่งกู้เงินที่ถูกกฎหมาย เพราะพยายามเลี่ยงปัญหาเพื่อนยืมเงินไม่คืนทุกวิถีทาง
- ESTJ (The Executive) : มองเงินเป็นกฎระเบียบและความรับผิดชอบ ไม่ชอบให้ยืมเพราะ “ไม่เป็นระบบ” ถ้าจะให้ยืมจริงๆ ต้องมีเอกสารและหลักฐานชัดเจนพอๆ กับกู้เงินกับธนาคาร
- INTJ (The Architect) : สายวิเคราะห์หนัก ถ้าไม่มั่นใจว่าจะคืนแน่ก็ไม่ให้ยืม พวกเขามองเห็นความเสี่ยงทั้งหมดล่วงหน้า และจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายแผนการเงินที่วางไว้อย่างรอบคอบ
นี่คือกลุ่ม “นักวางแผนชีวิต” ที่มองเงินเป็นทรัพยากรต้องบริหารอย่างรอบคอบที่สุด การจะมายืมเงินพวกเขาจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก และหากยืมเงินแล้วไม่คืน อาจเจอปัญหาใหญ่โตในภายหลัง

ถ้าเพื่อนมายืมเงิน แต่ไม่พร้อมจริงๆ จะมีวิธีปฏิเสธคนยืมเงินยังไง
ไม่ว่าคุณจะเป็น MBTI ในกลุ่ม “ใจอ่อนให้ยืมง่าย” หรือกลุ่ม “ยืมยากสุด ๆ” ก็ตาม เชื่อว่าเกือบทุกคนเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ที่เพื่อนมายืมเงิน แต่ในจังหวะนั้นคุณเองก็ไม่พร้อมจริงๆ เหมือนกันจะไม่ให้เพื่อนยืมเงินก็กลัวเสียเพื่อน จะใจอ่อนให้ยืมก็กลัวเจอวิบากกรรมเพื่อนยืมเงินไม่คืน การปฏิเสธอย่างมีศิลปะจึงเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในการรักษามิตรภาพและสถานะทางการเงินของคุณไว้
- ให้เหตุผลที่ชัดเจนแต่สุภาพ : ไม่ต้องโกหกแต่บอกขีดจำกัดทางการเงินของคุณอย่างจริงใจ เช่น “ตอนนี้กำลังทุ่มเงินไปกับการลงทุนหรือกำลังทยอยจ่ายหนี้บัตรเครดิตอยู่ เลยมีเงินเหลือไม่มากจริงๆ ขอโทษด้วยนะ” หรือ “บัญชีนี้เป็นเงินสำหรับค่าเทอม/ค่าเช่าพอดีเลย”
- เสนอการช่วยเหลือที่ไม่ใช่เงิน : แทนที่จะให้เงินลองเสนอความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น “ให้เราช่วยดูบัญชีรายรับรายจ่ายไหม” เพื่อช่วยปรับการใช้เงินของเพื่อนให้ไม่เกินงบในแต่ละเดือน
- ให้ยืมเท่าที่เราพร้อมจะ “เสียไป” ได้ : หากรู้สึกว่าต้องช่วยจริงๆ ให้ยืมในจำนวนที่หากเกิดปัญหาเพื่อนยืมเงินไม่คืน แล้วจะไม่เดือดร้อน และถือว่าจำนวนนั้นคือ “การให้” ไปเลย
- แนะนำทางเลือกทางการเงินที่ถูกกฎหมาย : แนะนำเครื่องมือการเงินที่ถูกกฎหมาย เช่น แอปสินเชื่อออนไลน์จากสถาบันการเงิน ซึ่งมีขั้นตอนชัดเจน กู้เงินออนไลน์ได้ไวเป็นทางออกให้เพื่อน

5 แอปกู้เงินด่วนออนไลน์ถูกกฎหมาย ทางออกเมื่อ เพื่อนยืมเงิน แล้วคุณไม่พร้อม แต่ก็ยังช่วยรักษามิตรภาพ
เวลาเพื่อนมาขอยืมเงิน แล้วต้องตอบว่า “ไม่มีจริงๆ” มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหม? เพราะคำปฏิเสธบางครั้งไม่ได้แปลว่าไม่อยากช่วย แต่แค่ไม่พร้อมจะเสี่ยงทางการเงินในตอนนั้น แทนที่จะปล่อยให้ความเกรงใจกลายเป็นภาระ ลองเปลี่ยนจากคำว่าช่วยไม่ได้เป็นช่วยหาทางออกให้ดีกว่า หนึ่งในวิธีที่ทั้งช่วยเพื่อนและช่วยรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ คือการแนะนำให้ใช้ แอปกู้เงินด่วนถูกกฎหมาย เพราะเป็นช่องทางที่ปลอดภัยกว่าเงินกู้นอกระบบ ได้วงเงินสินเชื่อตามเงื่อนไข มาดูกันว่ามีแอปกู้เงินออนไลน์อะไรบ้าง
แอปกู้เงินด่วนออนไลน์ Finnix (ฟินนิกซ์)
แอปกู้เงินด่วน Finnix* เป็นโปรดักส์จากบริษัท มันนิกซ์ จำกัด ภายใต้เครือของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ซึ่งเน้นการเป็น “สินเชื่อคู่คนทำมาหากิน” ที่ให้กู้เงินได้ไว
- วงเงินกู้สูงสุด : 100,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ย : ไม่เกิน 33% ต่อปี
สามารถดาวน์โหลดเแอปพลิเคชัน Finnix ได้ที่ App Store | Play Store
แอปกู้เงินด่วนออนไลน์ LINE BK
แอปกู้เงินด่วนออนไลน์ LINE BK* เป็นความร่วมมือของ ธนาคารกสิกรไทย (KBank) และ LINE ปล่อยสินเชื่อให้กู้ยืมผ่านแอปพลิเคชัน LINE
- วงเงินกู้สูงสุด : สูงสุด 800,000 บาท (มีผลิตภัณฑ์ “วงเงินให้ยืมนาโน” สำหรับผู้มีรายได้เริ่มต้น 5,000 บาท)
- อัตราดอกเบี้ย : สูงสุดไม่เกิน 33% ต่อปี
สามารถดาวน์โหลดเแอปพลิเคชัน Line ได้ที่ App Store | Play Store
แอปกู้เงินด่วนออนไลน์ Money Hub
แอปกู้เงิน Money Hub* อยู่ภายใต้การดูแลของ มันนี่ ฮับ เซอร์วิส จำกัด มีนิยามว่าเป็น “สินเชื่อคนดี” โดยจุดเด่นคือการกู้เงินออนไลน์ที่สะดวก
- วงเงินกู้สูงสุด : 100,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ย : ไม่เกิน 33% ต่อปี
สามารถดาวน์โหลดเแอปพลิเคชัน Money Hub ได้ที่ App Store | Play Store
แอปกู้เงินด่วนออนไลน์ Money Thunder (เงินทันเด้อ)
แอปกู้เงินก้อนด่วนออนไลน์ Money Thunder* ให้บริการโดย บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด ภายใต้เครือธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
- วงเงินกู้สูงสุด : 1,000,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อ)
- อัตราดอกเบี้ย: สูงสุดไม่เกิน 33% ต่อปี
สามารถดาวน์โหลดเแอปพลิเคชัน Moeny Thunder ได้ที่ App Store | Play Store
แอปกู้เงินด่วนออนไลน์ TrueMoney Micro Credit
สินเชื่อ TrueMoney Micro Credit* ให้บริการโดย บริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ TrueMoney
- วงเงินกู้สูงสุด : 100,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ย : ไม่เกิน 33% ต่อปี
สามารถดาวน์โหลดเแอปพลิเคชัน True Money ได้ที่ App Store | Play Store
ข้อควรทราบ : โปรดสังเกตว่าสินเชื่อดิจิทัลส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ถูกจัดอยู่ในหมวดสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (Nano Finance) หรือมีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งมีเพดานดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 33% ต่อปีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด การแนะนำให้เพื่อนใช้สินเชื่อเหล่านี้เป็นการย้ำว่าพวกเขาควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว เพราะอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูงกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหวจะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 33% ต่อปี
MBTI กับนิสัยการเงิน : เข้าใจตัวเองก่อนให้เพื่อนยืมเงิน
ไม่ว่าบุคลิกภาพ MBTI จะจัดอยู่ในกลุ่มที่ใจดีหรือเข้มงวดแค่ไหน การจัดการเรื่อง “เงิน” ควรตั้งอยู่บนความรับผิดชอบและความมั่นคงก่อนเสมอ การให้เพื่อนยืมเงิน เท่ากับการลงทุนในความสัมพันธ์ และทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น ก่อนจะตอบตกลงหรือปฏิเสธเพื่อน ลองชั่งน้ำหนักให้ดีว่า “ช่วยได้แค่ไหน โดยไม่เดือดร้อนตัวเอง” เพื่อรักษาทั้งมิตรภาพและอนาคตทางการเงินของคุณไว้พร้อมๆ กัน