ในโลกยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงกันทั่วโลก การลงทุนหุ้นต่างประเทศไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้ iPhone การใช้บริการ Netflix การซื้อกาแฟ Starbucks หรือการใช้บริการ Google หรือแม้แต่การชอปปิงผ่าน Amazon ฯลฯ ทั้งหมดนี้คือบริษัทที่คุณสามารถเป็นผู้ถือหุ้นร่วมได้ และในยุคปัจจุบันก็มีแอปลงทุนหุ้นต่างประเทศ ให้เลือกใช้มากมาย ทำให้การเริ่มต้นลงทุนหุ้นต่างประเทศนั้นง่ายขึ้น บทความนี้จะพามาดูว่าก่อนใช้งานแอปลงทุนหุ้นต่างประเทศ ต้องรู้อะไรบ้าง

ทำไมการลงทุนหุ้นต่างประเทศจึงน่าสนใจในยุคนี้
การลงทุนในตลาดโลกช่วยเปิดโอกาสให้คุณได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตของเศรษฐกิจระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำมากมาย ซึ่งการได้ลงทุนหุ้นต่างประเทศในตลาดเหล่านี้คือการเข้าถึง “แหล่งรวมโอกาสการเติบโต” ที่อาจมีศักยภาพสูงกว่าการจำกัดการลงทุนอยู่แค่ในประเทศเดียว
นอกจากนี้ การกระจายพอร์ตไปต่างประเทศ ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง หากเศรษฐกิจในประเทศเกิดภาวะชะลอตัว การมีสินทรัพย์ในตลาดอื่นที่กำลังเติบโตจะช่วยให้พอร์ตโดยรวมมีความยืดหยุ่นและสมดุลมากขึ้น ซึ่งข้อดีที่ทำให้การลงทุนหุ้นต่างประเทศน่าสนใจ คือ
- เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการถือหุ้นในบริษัทระดับโลก
- กระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาภาวะเศรษฐกิจไทยเพียงอย่างเดียว
- เปิดรับการลงทุนหุ้นต่างประเทศ ตามกระแสหลักของโลก เช่น AI, EV, Healthcare, และ Cloud

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นใช้ แอปลงทุนหุ้นต่างประเทศ
ก่อนที่คุณจะคว้าโอกาสสำคัญในการลงทุนหุ้นต่างประเทศ และเข้าเป็นเจ้าของบริษัทระดับโลกได้จริงๆ จำเป็นต้องมีอาวุธสำคัญที่สุดคือความรู้พื้นฐาน เพราะหุ้นตลาดโลกไม่ได้ทำงานเหมือนตลาดหุ้นไทย 100% มีปัจจัยสำคัญ 5 อย่างที่คุณต้องเข้าใจ ก่อนจะเริ่มลงทุนจริงๆ ในหุ้นต่างประเทศ ดังนี้
- ความแตกต่างของเวลาเปิดตลาด เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะทำการซื้อขายในช่วงกลางคืนตามเวลาประเทศไทย
- ผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งความแข็งค่าหรืออ่อนค่าของค่าเงินบาท มีผลโดยตรงต่อผลตอบแทนสุดท้ายที่คุณจะได้รับเมื่อแลกกลับมาเป็นเงินไทย
- การซื้อหุ้นแบบเศษส่วน (Fractional Shares) ทำให้การเริ่มต้นลงทุนหุ้นต่างประเทศง่ายขึ้นมาก แม้จะมีเงินทุนเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย
- ความหลากหลายของค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชันและค่าบริการอื่นๆ ของแต่ละแอปพลิเคชันลงทุนหุ้นต่างประเทศไม่เท่ากัน ควรตรวจสอบให้ละเอียดก่อน
- การเลือกบริษัทที่รู้จัก ควรเริ่มต้นจากบริษัทที่คุณคุ้นเคยและเข้าใจธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนตามกระแสโดยไม่มีเหตุผลรองรับ
เพียงเข้าใจหลักการเบื้องต้นเหล่านี้ ก็จะช่วยให้คุณเริ่มต้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

4 แอปลงทุนหุ้นต่างประเทศ ยอดนิยมสำหรับผู้เริ่มต้น
สำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากก้าวเข้าสู่ตลาดโลกแต่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน นี่คือกลุ่ม แอปลงทุนหุ้นต่างประเทศ ที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ! FINSTREET ได้รวบรวมแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อย (หลักดอลลาร์) และรองรับการซื้อขายแบบเศษหุ้น (Fractional Shares) เพื่อให้คุณเริ่มลงทุนได้ทันทีโดยไม่ต้องวุ่นวายกับการแลกเงินเอง โดยมีด้วยกัน 4 แอปลงทุนหุ้นต่างประเทศ ดังนี้
InnovestX
แอปลงทุนจากกลุ่ม SCB ที่เน้นความน่าเชื่อถือและใช้งานง่าย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการจัดการสินทรัพย์หลายประเภท (หุ้นไทย/ต่างประเทศ/กองทุน) ในแพลตฟอร์มเดียว
- ประเทศที่ลงทุนได้ : อเมริกา สิงคโปร์ จีน และอื่นๆ
- ลงทุนขั้นต่ำ : เริ่มที่ 1 หุ้น
- จุดเด่น
- ลงทุนหุ้นต่างประเทศได้มากถึง 23 ประเทศ
- ฟังก์ชันแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ต้องการลงทุนได้ทันที ไม่จำเป็นต้องแปลงกลับเป็นเงินบาท
- ค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมอื่นๆ
- ค่าคอมหุ้นสหรัฐ 0.08 USD ต่อหุ้น (ขั้นต่ำ 4.49 USD)
- ค่าคอมสิงคโปร์ 0.30% ของมูลค่าซื้อและมูลค่าขาย
Dime!
แอปลงทุนหุ้นที่พัฒนาโดยกลุ่ม KBank โดดเด่นด้วยความสะดวกสบายในการซื้อหุ้นสหรัฐฯ ด้วยเงินบาท ไม่ต้องวุ่นวายกับการจัดการอัตราแลกเปลี่ยน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความง่ายในการเริ่มต้น
- ประเทศที่ลงทุนได้ : อเมริกา, ไทย
- ลงทุนขั้นต่ำ : เริ่มที่ 1.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ
- จุดเด่น
- ซื้อหุ้นสหรัฐอเมริกาได้โดยใช้สกุลเงินบาทโดยตรง
- มีสินทรัพย์ครบวงจร: หุ้นสหรัฐ หุ้นไทย กองทุนรวม ทองคำ และหุ้นกู้
- ค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมอื่นๆ
- ฟรีค่าคอมมิชชันรายการแรกของเดือน
- 0.01 USD ต่อหุ้น หากหุ้นราคาต่ำกว่า 6.67 USD หรือ 0.15% ของมูลค่าหุ้นที่ซื้อขาย หากหุ้นราคาตั้งแต่ 6.67 USD ขึ้นไป
Webull
โบรกเกอร์ระดับสากล มีชื่อเสียงด้านเครื่องมือวิเคราะห์กราฟและอินดิเคเตอร์ที่ครบครัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์การเทรดขั้นสูงในแอปเดียว
- ประเทศที่ลงทุนได้ : อเมริกา
- ลงทุนขั้นต่ำ : เริ่มที่ 1.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ
- จุดเด่น
- ซื้อขายหุ้น US ได้ตลอด 24 ชม.* (ผ่าน Overnight Trading)
- ฟรีข้อมูลราคาเรียลไทม์ระดับ LV2
- Webull Corp จดทะเบียนใน Nasdaq และให้บริการในกว่า 14 ประเทศ
- ค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมอื่นๆ
- US Stocks/ETFs Regular and Extended Hours (04:00 – 20:00 EST) 0.10% ของมูลค่าการซื้อ
- Overnight Hours (20:00 – 04:00 EST) 0.15% ของมูลค่าการซื้อขาย
Liberator
แอปพลิเคชันที่ค่อนข้างใหม่ เน้นการออกแบบที่ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่ พร้อมมีแคมเปญส่งเสริมการลงทุนที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองเทรดด้วยงบประมาณเล็กน้อยก่อน
- ประเทศที่ลงทุนได้ : อเมริกา
- ลงทุนขั้นต่ำ : เริ่มที่ 1.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ
- จุดเด่น
- เทรดเดือนแรกฟรีค่าคอมมิชชัน
- เทรดหุ้น US หรือ ETFs กับแอปฯ Liberator ถ้ากำไร +100% ได้สมทบรางวัลให้อีก 100% สูงสุด 10,000 บาท
- ค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมอื่นๆ
- ค่าคอมหุ้นสหรัฐ / ETF / ADR 0.10% ขั้นต่ำ 0.01 USD ต่อหุ้น
- สำหรับหุ้นที่มีราคาตั้งแต่ 6.67 USD ขึ้นไปและสำหรับหุ้นที่มีราคาต่ำกว่า 6.67 USD จะคิดค่าคอมมิชชันแบบคงที่ 0.00667 USD ต่อหุ้น
หมายเหตุ
- ค่าธรรมเนียมข้างต้นยังไม่รวม VAT 7% และข้อมูลค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแต่ละแอปพลิเคชัน
- คอนเทนต์นี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
- ข้อมูลถูกสำรวจ ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2568
ก้าวแรกสู่การลงทุนหุ้นต่างประเทศอย่างรอบคอบ
การเริ่มต้น ลงทุนหุ้นต่างประเทศ ด้วย แอปลงทุนหุ้นต่างประเทศ นั้นง่ายและใช้เงินน้อยจริง แต่ความสะดวกนี้ไม่ได้หมายถึงการละเลยความรอบคอบและความเข้าใจในหลักการ การลงทุนที่ยั่งยืนคือการเริ่มจากการทำความเข้าใจพื้นฐานที่สำคัญ เลือกแอปพลิเคชันที่ตรงกับสไตล์ของคุณ และที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับพอร์ตอย่างมีสติ เพื่อคว้าโอกาสจากตลาดโลกได้อย่างแท้จริง
ขอบคุณข้อมูลจาก : innovestX, Dime, Webull, Liberator, Promise, SET Invest Now